2008/May/27

 

1
คิดไม่ตก
ฉันจะหย่อนโปสการ์ดอันนี้ลงตู้ฯดีไหมนี่?
ต้องแกล้งทำว่าไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ?
"ยินดีด้วยว่ะ...ยินดีด้วย" ฉันเขียนคำพูดนี้ไปจริงๆ น่ะเหรอ?
บ้าสิ..มาถึงขั้นนี้แล้ว เราจะพูดอย่างที่ใจคิดได้อย่างไร..
ฉันจะพูดได้อย่างไรว่า "ฉันไม่ดีใจเลยว่ะ ที่แกเจอใครคนนั้นแล้ว...
ผู้หญิงที่แกเขียนมาบอกว่า "เค้าจะมาเป็นแม่ของลูกฉัน"
อันที่จริง...ฉันรู้สึกสูญเสียเป็นบ้า


2
ถ้าหากว่าแกจำได้นะ ว่าครั้งหนึ่ง แกเคยรักฉัน
แกบอกว่า ฉันทำให้แกนึกถึงสีส้ม
ฉันคือสีส้ม
เพราะในสายตาแบบศิลปินของแก สีส้มคือสีของคนที่แกจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต
แกบอกฉันว่า ถ้าวันหนึ่งแกได้แต่งงานกับฉัน
ฉันต้องใส่ชุดแต่งงานที่มีสีขาวปนส้ม
แต่ถ้าไม่ได้แต่งงานกัน แกห้ามฉันใส่สีส้ม แกบอกว่า "สีส้มเป็นของฉันคนเดียว" (แหวะ)
แต่ถ้าแกแต่งกับผู้หญิงอื่น แกบอกให้ฉัน "ใส่ชุดขาวปนส้มไปงานของฉันนะ
เพราะฉันจะได้รู้ว่า แกกับฉันไม่มีวันขาดกัน แกจะเป็นเพื่อนที่ฉันรักและไม่มีวันลืมตลอดไป"


3
มีคนว่าไว้นะว่า คนเรามักจะจำวันที่เราอกหักได้มากกว่าวันที่เริ่มต้นรักกัน
ฉันรู้ว่าแกไม่ลืม วันที่ฉันบอกกับแกว่า
ความรู้สึกของฉันต่อแก มันเลยจุดที่จะรักแบบคนรัก เพราะฉันดันรักแกแบบบริสุทธิ์ใจเกินไป เหมือนรักพี่ชาย น้องชาย และเพื่อนรักคนหนึ่ง
ฉันรู้ว่าคำพูดเหล่านั้นมันช่างเย็นชา
..แต่ฉันรักแกมากเกินกว่าที่จะทำให้แกมีความหวังอะไรแบบนั้น
ฉันต้องการรักแกตลอดไป....
แกพูดว่า จริงสินะ ถ้ารักแบบนั้นเราก็จะมีสายใยที่ตัดกันไม่ขาด เราจะจดจำกันและกันตลอดไป..


4
แตไหนแต่ไรมา แกยืนเคียงข้างฉันมาตลอด แกไม่เคยทอดทิ้งฉันเลย
คงจะมีบางครั้ง ที่แกคงสงสัย ว่าแกทำผิดอะไร......
แต่คนบางคน สำหรับเรา เค้าอาจเกิดมาเพื่อจะเป็นเพื่อนเราตลอดไปและเราก็จะรักเขาตลอดไป..มันเป็นสายใยที่ตัดไม่ขาด
ถ้าแกจำได้นะ วันที่แกสับสนว่าแกจะรับทุนไปเรียนต่างประเทศดีไหม? แล้วแกก็มาหาฉัน

ฉันรู้สึกยิ่งกว่าเป็นเกียรติที่ได้เป็นที่ปรึกษาให้แก แม้แกจะไม่เคยอยากได้ หรือร้องขอทุนนี่เลยก็ตาม...

  ไปเถอะเพื่อนรัก! ฉันบอกแก

...ลึกๆ แล้วฉันรู้สึกว่าแกเป็นห่วงฉัน

  ไปเถอะเพื่อนรัก   ออกไปใช้ชีวิตของแกเถิด ออกไปให้พ้นจากวังวนเดิมๆ อย่ามัวเสียเวลากับคนเย็นชาอย่างฉันเลย

    ไปเถอะเพื่อนรัก บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถมอบให้แกได้ ชีวิตของแกมีค่ามากมายนัก ต่อไปนี้ชีวิตของแกก็จะมีสีมากมายมาแต่งแต้ม ชีวิตแกจะมีเรื่องราวมากมาย

สีส้ม ก็จะกลายเป็นสีๆ หนึ่ง เป็นนองค์ประกอบหนึ่งของผืนผ้าใบแห่งชีวิตเท่านั้น

แกจำได้ไหม แกยิ้มขำแล้วบอกว่า "จะยังไงก็ตาม ฉันจะเอาสีส้มเป็นองค์ประกอบหลักละกัน"

5                                                                                                                    

ถ้าแกยังจำได้ 7 ปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน แต่ว่า ' Friends are like the star, not always seen but always there.'     ระหว่างเรา 2 คนก็ยังคงเหมือนเดิม

ในจดหมายแต่ละฉบับ ฉันสังเกตว่าชีวิตแกมีเรื่องราวมากมาย สุขและเศร้าแต่มีชีวิตชีวา

.....ฉันรู้ ว่าแกทำได้ดี

เมื่อเร็วๆนี้ แกก็ยังบ่นคิดถึงสีส้มและแกก็คอยนับวันคืนที่จะกลับมา

    ความรู้สึกของแกยังคงเหมือนเดิมไหม? ฉันอยากถามแกอย่างนี้

    ฉันยังคงเป็นสีส้มคนเดียวของแกหรือเปล่า?

    เธอคนนั้นเค้ามีสีอะไร? เค้าเป็นคนแบบไหน? ฉันอยากเจอเธอคนนั้น..ฉันจะเข้าไปกอดเค้าแล้วบอกว่า....

..เค้าเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก.....

(บางทีนะแก ฉันอาจแอบกระซิบที่หูของเธอคนนั้นแล้วบอกความลับเรื่องสีส้มก็ได้ 555+ ฉันนี่ร้ายชะมัด เล่นตลกกับแกอย่างสกปรกทีเดียว)

6

...เมื่อครู่ก่อนฉันสงสัยว่า "เรื่องระหว่างแกกับฉันมันคืออะไร?"

และฉันก็กลัวจริงๆนะว่า หรือที่ผ่านมาฉันคือคนโง่ที่ไม่รู้ใจตัวเอง ฉันคือคนโง่และเป็นนังตัวร้ายที่เสียดาย

ของรักหรือเปล่า? ฉันสับสน ฉันถกเถียงตัวเองว่าเพราะอะไร ? ตกลงที่ผ่านมา ฉันคิดยังไง?..................................

....................................................................................................................

 ถ้าแกอ่านมาถึงบรรทัดนี้ แกสบายใจได้แล้วนะ (ฉันรู้ว่าแกต้องห่วงว่าฉันอาจไม่สบายใจแล้วก็หน้านิ่ว คิ้วผูกปมแน่เลยใช่ไหม?)

.......ฉันได้คำตอบแล้วเว้ย...

.....ฉันยังรักแกว่ะ

......รักแบบที่สามารถกอดคอเคียงบ่าเคียงไหล่กับแกได้

.....รักแบบที่แกสามารถมาปรับทุกข์เรื่อง(ว่าที่)เมียของแกให้ฉันฟังได้และฉันก็บ่นเรื่องสามี (ในอนาคต เพราะตอนนี้ยังไม่มี ฮา..)ให้แกฟังได้เหมือนกัน (แต่ถึงวันนั้นจริงๆ ฉันยังสงสัยว่า เราจะยังว่างมาเจอกันได้หรือเปล่า เอาเป็นว่า เป็นกำลังใจให้กันและกันต่อไปนะ)

.....แกจะเป็นพ่อทูนหัวให้ลูกของฉัน และฉันก็จะเป็นแม่ทูนหัว (สีส้ม) ของลูกแก

.....ภูมิใจจัง ที่ชาตินี้ได้เป็นเพื่อนกันกับแก

...ฉันเป็นสีส้ม เหมือนเดิม ตลอดไป

...เพื่อนกันตลอดไป

Epilogue

  ฉันจะไปหย่อนโปสการ์ดแล้วนะ แกรู้ไหมฉันเขียนประโยคปิดท้ายในโปสการ์ดแผ่นนั้นว่าอะไร...

" p.s. ถ้าจะกรุณา มรีงกะที่รักของมรึง ช่วยบินมาจัดงานแต่งที่เมืองไทยได้ไหม กรูไม่มีเงินบินไปปารีส ...อย่าแรด ไฮโซ! " :D ฮ่า ฮ่า ฮ่า

edit @ 25 Jun 2008 16:03:43 by Bizarrekaret♫♪♫

2008/Apr/10

 

 

เมื่อคนที่ฉันรัก...จากฉันไป

1
วันเสาร์นั้น เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ ที่มีดวงอาทิตย์เจิดจ้าราวกับตอนเที่ยง
เป็นเดือนเมษาฯ หรือเปล่านะ? อาจจะใช่....
ฉันอยู่ในชุดกระโปรงสีขาว ซึ่งเด็กซนๆ อย่างฉันไม่ค่อยได้รับอนุญาติให้หยิบมาใส่
แม่ กับพ่อ พาฉันไปที่อาคารแห่งหนึ่งซึ่งฉันเห็นว่ารูปทรงมันดูแปลกประหลาด ไม่มีความอบอุ่น และอวลไปด้วยกลิ่นไม่น่าพิสมัย
ฉันเห็นผู้คนมากมาย ทั้งอยู่ในห้อง และนอกห้อง
..มีพี่ผู้หญิงสวยๆใส่ชุดและหมวกสีขาวน่ารักเดินกันอยู่ทั่วไป....
....แต่ยังไง ฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี
พ่อกับแม่ จูงมือฉันและพี่ๆน้องๆเดินไปถึงห้องหนึ่ง ที่ฉันเห็นว่ามันเหม็น และเย็นชืดยิ่งกว่าห้องใดๆ.....


2
สามวันก่อนหน้านั้น ฉันก็เคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้...
เรามาเยี่ยมคุณยาย ซึ่งแม่บอกกับเราว่า "คุณยายป่วยมากนะลูก อาจจะคุยกับหนูๆได้ไม่นาน..."
ฉันสังเกตเห็นคนในห้องเยอะแยะ ...
ท่าทางจะสนุก....เพราะเวลาที่รวมญาติกันทีไร จะมีเรื่องสนุกเสมอ
แต่ทว่า แววตาของผู้ใหญ่ในวันนั้นไม่มีอะไรที่เจือไปด้วยสิ่งสนุกสนานเลย
พ่อเอามือลูบหัวฉันเบาๆ แล้วบอกว่า "สวัสดีคุณยายซะสิลูก"
..."ยายกำลังจะตายเหรอจ๊ะ?" พี่สาวฉันโพล่งออกมา พี่ชายฉันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
ยายยิ้ม แล้วเหมือนกับว่าจะพยายามยกมือเหี่ยวๆที่ดูจะเหี่ยวไปยิ่งกว่าตอนที่ฉันเคยเห็น มาสัมผัสหัวเรา ใครซักคนหนึ่ง...
...แต่ยายก็ทำไม่ได้...
"ตายคืออะไรเหรอคะ เหมือนกับ จอห์น (สุนัข)ที่นอนหลับอยู่หลังบ้านหรือเปล่า" ฉันถามอย่างอดไม่ได้
ยายพยายามหัวเราะ แล้วยายก็พูดว่า "เป็นอย่างนั้นแหละ แต่ยายตัวใหญ่กว่านะ"


3
ในห้องนั้น....ที่ฉันเห็นว่ามันเหม็น และเย็นชืดยิ่งกว่าห้องใดๆ
พ่อบอกให้ฉันก้มลงกราบยายที่อยู่บนเตียง
ยายนอนนิ่ง ไม่ไหวติง...และก่อนที่ฉันจะพูดอะไรออกไปเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั้น
พ่อก็พาเราออกไปจากห้องนั้น...


4
"หนูคิดถึงยาย" พี่สาวพูดพลางร้องไห้เสียงดัง
แล้วยายก็พูดว่า "ดีลูก..แล้วยายก็จะคิดถึงพวกหนูเหมือนกัน"
"หนูอยากฟังนิทานของยายอีก..หนูอยากไปเก็บชมพู่กับยาย....ถ้ายายตาย หนูคงไม่ได้พูดกับยายอีก"
"หนูจ๋า" ยายพูดเบาๆ "หนูพูดกับยายได้นะ ยายตายก็เหมือนไม่ตาย จริงๆ แล้วยายแค่เปลี่ยนแปลง"
"หมายความว่ายังไงคะ เปลี่ยนแปลง ก็ทีจอห์นตาย หนูยังคุยกับมันไม่ได้เลย" พี่สาวถามต่อ
ยายยิ้ม "แต่ยายเห็นหนูกับน้องไปนั่งพูดกับหลุมศพจอห์นบ่อยๆ นี่"
"แต่มันไม่เห่าตอบ มันไม่เลียมือ เลียหน้าหนูได้นี่คะ ก็ถ้ายายตายไปยายก็พูดกับหนูไม่ได้"
"ยายจะได้ยินหนูพูดจ้ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่หนูพูดกับยาย หรือคิดถึงยาย...ยายอาจจะพูดกับหนูไม่ได้เหมือนที่เคยเป็น
แต่หนูก็รู้ ว่ายายจะตอบหนูว่าอะไร"
ยายพูดต่อไปว่า "ยายจะหายไปก็จริงนะลูก แต่ยายไม่ได้ตาย ยายแค่กำลังจะเปลี่ยนแปลง
"หนูเห็นลม เห็นน้ำ เห็นเมฆ ไหมลูก ทุกสิ่งล้วนเคยเป็นสิ่งเดียวกันมาก่อน แต่ที่ดูแตกต่างกันก็เพราะว่ามันเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเท่านั้นเอง
"ถ้าหนูคิดถึงยาย ยายก็มาอยู่ในใจหนูแล้ว...ยายก็เปลี่ยนไปอยู่ทุกที่แหละลูก...ดูสิ หน้าของแม่หนูก็มียาย
น้าๆ หลานๆ คนอื่นๆ ....นิทานพวกนั้น..เมื่อหนูคิดถึงมัน จำมันได้ หรือไปได้ยินมาจากใคร หนูก็ต้องเห็นยายอยู่ในนั้น...
"ถ้าอยากจะร้องไห้ให้ยาย ก็ร้องเถอะลูก แต่อย่าร้องเพราะเราจะไม่ได้เจอกันอีก เพราะยายไม่ได้หายไปไหน
...ยายไม่ได้ตาย"


5
ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่วัน เดือน ปี
ฉันก็ยังจำคำที่ยายพูดได้ พร้อมๆ กับความคิดถึงที่ดูจะพลุ่งพล่านรุนแรงตามไปด้วย
...หลายปีที่ผ่านไป...หลายสิ่งแตกดับไป ไม่จีรังยั่งยืน
..และคนที่สำคัญที่สุดอีกคนของฉัน ก็จากไปเช่นกัน
ฉันไม่ได้มีโอกาสแม้แต่จะบอกลา หรือเห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย...
ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าฉันจะร้องไห้....
แต่ฉันก็ร้องไห้ตั้งแต่อยู่ที่ทำงาน
ร้องไห้เหมือนคนบ้ามาตลอดทางบนรถแท็กซี่ที่จะพาฉันกลับบ้าน...
ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะทำตัวเหมือนในมิวสิคเพลงอกหักที่มีกันอยู่ดาษดื่น-
ซึ่งฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่า จะมีใครที่จะเสียใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดนั้น
...เมื่อมาคิดๆดูแล้ว มันดูน่าอาย...
ใช่ น่าอาย...เพราะทั้งๆ ที่ฉันจำคำพูดของยายได้จำขึ้นใจนั้น
มันกลับไม่ช่วยอะไรในตอนนั้นได้เลย...
..และถึงตอนนี้ มันก็ยังคงเจ็บปวด โดยเฉพาะตอนที่นึกถึงเขาอีกครั้ง
...พ่อของฉัน

 

Epilogue
พ่อเคยบอกกับพวกเราว่า " สิ่งที่สวยงามของการมีชีวิตอยู่ ก็คือ การมีความรู้สึกนี่แหละ"

คุณอาจจะเห็นว่าฉันมียาย และพ่อที่แสนจะวิเศษ
แต่ที่จริงแล้ว คนที่อยู่ข้างๆ คุณ อาจเป็นยิ่งกว่า
...คุณเคยมองเห็น สิ่งวิเศษ ในตัวของเค้าไหม?

-------------------

รักคนที่อยู่กับคุณมากๆ นะคะ  เพราะไม่ว่าเราจะดีจะเลวต่อกัน
 สุดท้ายก็แทบไม่มีใครหายไปจากความทรงจำของใครอย่างถาวร
...สุดท้าย 'all we are is dust in the wind' แค่นั้นจริงๆ ค่ะ ^^

รัก+ปรารถนาดี

เจ้าหญิงฟิโอน่า
(ผู้ปรารถนาจะเป็นคนดี และหลุดพ้นจากความสับสนทั้งมวล)

ปล. เขียนขึ้นในวันที่เหงา เศร้า เก็บกด น้ำตาท่วมจอ........แต่จริงๆ เป็นคนน่ารักนะ อิอิ

 

edit @ 10 Apr 2008 15:21:49 by Bizarrekaret♫♪♫

2008/Feb/08

one day,

I will be like this :

 

Cheer!